รีวิว ฮาดะลาโบะ Vs ซาน่า นาเมรากะโฮมโปะ

admin
Date 07/07/2560 Time 05.20
Read 47,176 Comments 0
รีวิว ฮาดะลาโบะ Vs ซาน่า นาเมรากะโฮมโปะ

ไวท์เทนนิ่งสูตรน้ำตบที่ทุกคนคงคุ้นหูกันเป็นอย่าดีคือ ฮาดะ ลาโบะ กูรูเองเคยลองใช้มาเมื่อตอนต้นปีนี้เองค่าา และด้วยความที่กูรูชอบลองเครื่องสำอางใหม่ๆอยู่ตลอด ก็เลยไปเจอเจ้า ซาน่าฯ(ชื่อเต็มยาวม๊ากกก)ซึ่งเป็นแบรนด์จากทางญี่ปุ่นเหมือนกันกับฮาดะ ลาโบะ ตอนนี้เริ่มจะมีขายที่เมืองไทยบ้างแล้ว พอพลิกอ่านสูตรเห็นว่าน่าสน เลยลองซื้อมาใช้ดู ผลเป็นยังไง แตกต่างจากฮาดะ ลาโบะแค่ไหน มาดูที่รีวิวกันค่ะ
ปอลิง: ใครอ่านวิเคราะสูตรละงงๆ กูรูมีสรุปตอนท้ายให้น๊าา

รีวิวโดย กูรูยาหม่อง 

รีวิว ฮาดะลาโบะ Vs ซาน่า นาเมรากะโฮมโปะ ไวท์เทนิ่ง เฟส โลชั่น แบรนด์น้ำตบ อันไหนขาวกว่า มาดู!

ฟรี ปรึกษาอาหารเสริม เครื่องสำอางและความงาม ตามหลักการแพทย์โดยเภสัชกร ได้ที่ Facebook : GURUCHECK เช็ค กับ กูรู 

 

เช็ค  ...ไวท์เทนนิ่งแบบน้ำตบ อันไหนขาวกว่า มาดู!

 

เริ่มจากตัวนี้ก่อน 
Hada Labo Arbutin Whitening Lotion 
ฮาดะ ลาโบะ สูตรนี้หลายๆคนเรียก ฮาดะ ลาโบะสูตรน้ำตบ เป็นแบรนด์ที่หลายๆคนคุ้นหน้าคุ้นตา กันเป็นอย่างดี สูตรนี้มีการปรับปรุงใหม่ สูตรนี้มีการปรับปรุงใหม่ โดยทางแบรนด์เคลมว่า ใช้เทคโนโลยี HPP&M(High Performance Penetrating & Deep Moisturzing Technology) พูดง่ายๆคือ เทคโนโลยีนี้ใช้ไฮยาลูโลนิก แอซิด 3 ขนาด ในการช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นในทุกชั้นผิวเลย สูตรใหม่ที่ออกมาก็มีให้เลือก 2 แบบ คือ สำหรับคนผิวธรรมดา-ผิวแห้ง(มีแถบสีแดงเขียนว่า Rich) และสำหรับผิวธรรมดา-ผิวมัน(แถบสีเหลือง) 
โอ้วววว...แปลว่าสูตรนี้นอกจากจะเน้นเรื่องผิวชุ่มชื่นและอุ้มน้ำแล้ว ยังสามารถเลือกใช้ตามสภาพผิวได้ด้วย งั้นไปดูที่สูตรดีกว่าค่าา
 
 

วิเคราะห์สูตร
สูตรนี้ whitening หลักๆที่ใช้ มี 2 ตัว คือ Arbutin และ Magnesium Ascobyl Phosphate 
Arbutin ใส่เยอะเป็นลำดับที่ 4 ของสูตร(แต่ไม่บอกว่าเป็น Alpha หรือ Beta กูรูเดาว่าน่าจะเป็น Beta-Arbutin ถ้าเป็น Alpha-Arbutin ส่วนใหญ่ทางแบรนด์จะเขียนมาเลย เพราะแน่นอนว่าถ้าใครที่ศึกษาข้อมูลเรื่อง Arbutin จะรู้ว่า Alpha-Arbutin ให้ผลเรื่องความขาวมากกว่า Beta-Arbutin หลายเท่า แถมยังราคาแพงกว่า Beta-Arbutin หลายเท่าด้วยค่ะ) 
ปริมาณ Arbutin ที่ใส่ลงไปก็ถือว่าไม่มาก ไม่น้อย เพราะใส่ไปเป็นลำดับต้นๆในสูตรแต่คาดว่าอาจะไม่ถึง 5% (บริษัทผู้วิจัยแนะนำว่าควรใส่ 5% ขึ้นไป)
ส่วน whitening อีกตัวคือ Magnesium Ascobyl Phosphate หรือ MAP ก็เป็นวิตามินซีรูปแบบนึงที่มีความคงตัวสูง แต่คงจะหวังผลอะไรได้ไม่มาก เพราะแค่ดีดวิตามินซีนี้ลงไปแทบจะรั้งท้ายในสูตรเลย
สรุป ไวท์เทนนิ่งที่หวังผลได้ในสูตรนี้มีแค่ตัวเดียวซึ่งก็คือ Arbutin ที่คาดว่าเป็น Beta-Arbutin และก็ใส่ลงไปในปริมาณไม่มากด้วย แต่สูตรนี้จะเด่นก็ตรงที่ใช้เทคโนโลยี HPP&M ซึ่งทำให้ผิวชุ่มชื่นเลยอาจทำให้ผิวดูสดใส สุขภาพดีขึ้นมาได้บ้างค่ะ สูตรนี้ถือว่ามี whitening น้อยมาก เลยให้แค่ 2.5 ดาวค่ะ
 
 

การระคายเคือง
สูตรนี้ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่มี Methylisothiazolinone ซึ่งเป็นสารกันเสียที่พบว่ามีการแพ้ได้บ้าง ส่วนสารที่เหลือก็จะเป็นพวก skinfeel คือสารที่ทำให้เวลาที่ทาแล้วรู้สึกผิวลื่น ทำให้เรารู้สึกดีเวลาทานั่นเอง ในสูตรนี้มีหลายชนิด และปริมาณก็เยอะเหมือนกัน ซึ่งก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ระคายเคืองสำหรับคนที่ผิวบอบบางได้บ้างเหมือนกัน ข้อนี้เลยให้ 4 ดาวค่ะ
 
 

ความรู้สึกเมื่อทา
สูตรนี้เป็นโลชั่นสีขาวขุ่น ทาแล้วแห้งได้ไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ บางเบา ทาแล้วก็รู้สึกชุ่มชื่นผิวดี กูรูจะทาตัวนี้หลังจากล้างหน้าเป็นตัวแรกตลอด ก่อนจะลงครีมตัวอื่น เพราะความที่เป็นโลชั่น ทาแล้วสบายผิว ถึงแม้สูตรจะไม่ได้ดูขาวเด่น แต่ด้วยความที่ใช้ง่าย ข้อนี้เลยให้ 5 ดาวเลยค่ะ
 
 

ราคา
120 บาท/30 มล. หรือ 4 บาท/1 มล.อาจจะดูว่าราคาแค่ร้อยกว่าบาท หลายคนบอกว่าถูก แต่ถ้าเทียบกับปริมาณและคุณภาพแล้ว ตัวนี้สำหรับกูรู ถือว่าราคาปานกลาง ให้ 4 ดาวค่ะ
 
 

ผลลัพธ์&ความชอบส่วนตัว
ผลลัพธ์เรื่องความขาวกูรูว่าไม่มาก แต่รู้สึกว่าใช้แล้วผิวชุ่มชื่นดี ส่วนตัวชอบเพราะใช้ง่าย คือใช้ทุกครั้งหลังล้างหน้าเลย แต่ถ้าจะหวังผลเรื่องความขาวก็ต้องใช้คู่กับครีมตัวอื่น กูรูให้ 4 ดาวค่ะ
 
 


ตัวที่2
Sana Namerakahonpo Whitening Face Lotion 

"ซาน่า นาเมรากะโฮมโปะ ไวท์เทนิ่ง เฟส โลชั่น" ชื่อยาวม๊ากกก คือแค่ชื่อก็กินระยะทางไป-กลับ กรุงเทพ-โคราช เห็นจะได้ กูรูจะเรียกสั้นๆว่า ซาน่า ละกันเนอะ 
สูตรนี้ก็เป็นโลชั่นสัญชาติญี่ปุ่น เหมือนฮาดะลาโบะ เป็นโลชั่นเหมือนกัน แถมส่วนประกอบยังคล้ายคลึงกันอีกด้วย กูรูลองคำนวนราคาต่อ มล. ละถูกกว่า ฮาดะลาโบะหน่อยก็เลยลองสอยมาใช้ดูค่าา
 
 

วิเคราะห์สูตร
สูตรนี้ whitening หลักๆที่ใช้ คือ Arbutin,Glycyrrhiza gluba root extract(สารสกัดจากรากชะเอม),Citric Acid 
  Arbutin ใส่ลงไปเยอะเป็นลำดับที่ 5 ของสูตร ซึ่งถือว่าไม่เยอะแถมเดาว่าน่าจะเป็น Beta-Arbutin ด้วย ดังนั้นผลเรื่องความขาวที่จะได้จาก Arbutin ก็คงมีน้อย 
สารสกัดรากชะเอมเทศก็เป็น whitening อีกชนิดนึงที่พบได้บ่อยในครีมหน้าขาวหลายๆแบรนด์ ซึ่งก็มีหลายๆงานวิจัยรับรองว่าทำให้ผิวขาวขึ้นได้จริง
มี Citric Acid ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม AHA ที่ช่วยเรื่องการผลัดเปลี่ยนเซลล์ทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้นด้วยค่ะ
ส่วน Lactobacillussoymilk ferment คือการนำถั่วเหลืองไปผ่านขบวนการหมักบ่มทางชีวภาพร่วมกับแบคทีเรียกลุ่ม Lactic Acid ซึ่งก็มีการศึกษาพบว่าลดการทำงานของเอ็นไซต์งานTyrosinase ที่สังเคราะห์เม็ดสีเมลานินได้และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน อีลาสติน ทำให้ผิวยืดหยุ่นและชุ่มชื่นจากการเสริมสร้าง Hyaluronic Acid ด้วย ซึ่งถั่วเหลืองหมักถือเป็นลูกเล่นที่แบรนด์นี้นำมาเป็นจุดขายได้ สรุปแล้วส่วนของสูตรก็ถือว่ามีตัวช่วยเรื่องความขาวใสอยู่หลายตัว
ถึงแม้ว่าปริมาณที่ใส่ลงไปในแต่ละตัวจะไม่มากนัก แต่ส่วนของสูตรนี้ให้คะแนนเยอะกว่าฮาดะลาโบะหน่อย ให้ 3 ดาวค่ะ
 
 

การระคายเคือง
สูตรนี้มีแอลกอฮอล์เยอะอยู่เป็นอันดับ 2 รองจากน้ำเลยทีเดียว ใช้ Phenoxyethanol และ Methylparaben เป็นสารกันเสีย ใครที่เลี่ยงสารพวก Paraben อยู่สูตรนี้อาจไม่เหมาะนัก 
ให้แค่ 2 ดาวค่ะ
 
 

ความรู้สึกเมื่อทา
สูตรนี้เป็นโลชั่นเหมือนกับฮาดะลาโบะ แต่เป็นโลชั่นใสไม่ใช่ขุ่น ความรู้สึกตอนทาก็คล้ายๆกับฮาดะลาโบะ แต่แห้งไวกว่า และไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนกัน แต่กูรูติตรงที่กลิ่นแอลกอฮอล์แรงม๊ากก รู้สึกไม่ค่อยชอบ เลยเอาไว้ทาตัว แต่ไม่ได้กลัวว่าจะแพ้นะค่ะ ส่วนตัวใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์ได้ 
ข้อนี้ให้ 3 ดาวค่ะ
 
 

ราคา
540 บาท/200 มล.หรือ 2.7 บาท/1 มล.เทียบแล้วถูกกว่าฮาดะลาโบะ คุณภาพเรื่องความขาวดูจากสูตรก็ไม่ได้น้าเกลียด ส่วนของราคาเลยให้ 4.5 ดาวค่ะ
 
 

ผลลัพธ์&ความชอบส่วนตัว
ผลลัพธ์เรื่องความขาวกูรูใช้กับหน้าอยู่แค่ไม่กี่วัน แต่ใช้กับตัวก็รู้สึกว่าผิวใสขึ้นพอสมควรค่ะ รู้สึกว่าขาวขึ้นมากกว่าฮาดะลาโบะ(แต่เทียบสีผิวที่ตัวกับหน้าจริงๆแล้วคงเทียบยาก เพราะคนละบริเวณกัน ปัจจัยต่างๆก็ต่างกัน)เวลาลูบก็นุ่มดี
จริงๆแล้วตั้งใจจะซื้อมาใช้กับหน้า แต่ติตรงที่มีแอลกอฮอล์ ไม่ชอบกลิ่น เลยต้องเอาไปทาตัว กูรูมองว่าแพงไปสำหรับการซื้อมาทาตัวค่ะ ข้อนี้เลยให้แค่ 2.5 ดาว
 
 

**สรุปคือ ผลเรื่องความขาวใส กูรูมองว่าไม่ต่างกันมากนัก แต่ถ้ามองแค่สูตรซาน่าน่าจะโอเคกว่าในเรื่องความขาว ที่ต่างกันหลักๆเลยคือส่วนผสมพวกแอลกอฮอล์ และสารกันเสียที่อาจระคายเคืองได้ในบางคน อันนี้แล้วแต่ชอบและแล้วแต่สภาพผิว ถ้าคนที่แพ้ง่ายหน่อยกูรูก็แนะนำฮาดะลาโบะค่ะ แต่ถ้าเป็นศรีทนได้อยากได้ที่มีไวท์เทนนิ่งเยอะขึ้น เน้นขาวไว้ก่อน กูรูก็แนะนำซาน่าฯค่าา
การใช้ผลิตภัณฑ์ให้ผลแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล กูรูแค่ทำการวิเคราะห์สูตรให้ดูกันคร่าวๆ สุดท้ายใช้แล้วได้ผลยังไงอย่าลืมมาแชร์กันน๊าา 
 
 

#แฉสเต็ปสวย by กูรูยาหม่อง
#Gurucheck  Healthy Tick & Cosmetics Community
 
 
 
 

แฉสเต็ปสวย อวยแบบไม่มโย อ่านงานวิจัยและเอกสารอ้างอิงอื่นๆได้ตามนี้เลยน๊าา
http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1756464612001788
http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/15623355
 

 

Comment

you might also like