โรคภูมิแพ้ตนเอง หรือ โรคเอสแอลอี (SLE หรือ Systemic lupus erythematosus)

Miss Bella Hickle
Date 30/05/2560 Time 11.41
Read 45,812 Comments 0
โรคภูมิแพ้ตนเอง หรือ โรคเอสแอลอี (SLE หรือ Systemic lupus erythematosus)

โรคภูมิแพ้ตนเอง เป็นโรคภูมิต้านตนเอง (Autoimmune disease) ชนิดหนึ่ง เกิดจากการที่ร่างกายสร้างสารภูมิคุ้มกันต้านทาน หรืออิมมูน (Immune) ผิดปกติ โดยระบบภูมิคุ้มกันจะต่อต้านหรือทำลาย เนื้อเยื่อและเซลล์ต่างๆของร่างกายตนเองในระบบอวัยวะต่างๆ แทนที่ จะต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกร่างกาย

บทความโดย ภญ.เสาวณีย์ อินจันทร์ 

ฟรี ปรึกษาอาหารเสริม เครื่องสำอางและความงาม ตามหลักการแพทย์โดยเภสัชกร ได้ที่ Facebook : GURUCHECK เช็ค กับ กูรู

เช็ค ...  อาการภูมิแพ้ตนเอง
    

ผู้ป่วยโรคนี้มีอาการได้หลายระบบ แต่ละระบบอาจจะมีความรุนแรง น้อยจนถึงรุนแรงมากถึงชีวิตได้อาการในระบบต่างๆมีดังนี้  

  • อาการทั่วไป เช่น ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว  
  • อาการทางผิวหนัง มักจะมีผื่นแดงบริเวณใบหน้า บริเวณสันจมูก และ โหนกแก้ม 2 ข้าง เป็นรูปคล้ายผีเสื้อ  
  • อาการทางข้อ มักจะมีอาการอักเสบปวดบวมตามข้อบริเวณข้อ นิ้วมือ ข้อมือ ข้อไหล่ ข้อเข่าหรือข้อเท้า  
  • อาการทางไต ผู้ป่วยจะมีอาการไตอักเสบ โดยจะมีอาการบวม บริเวณเท้าและขา 2 ข้าง บวมบริเวณหน้าและหนังตา ปัสสาวะ เป็นฟอง  
  • อาการทางระบบเลือด มีอาการซีด อ่อนเพลียจากโลหิตจาง ติด เชื้อโรคได้ง่ายจากที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำ มีจุดจ้ำเลือด เลือดออก ผิดปกติจากที่มีเกร็ดเลือดต่ำ  
  • อาการทางระบบประสาท มีอาการชัก พูดไม่รู้ เรื่อง ปวดศีรษะ แขนขาอ่อนแรงได้  
  • อาการทางระบบหัวใจและปอด มีอาการเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ แน่นหน้าอก ไอเป็น เลือด หอบเหนื่อย  
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ตับอักเสบ  

 

เช็ค  ...สาเหตุภูมิแพ้ตนเอง 
    

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่า อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานผิด ปกติ แต่จากการศึกษาเชื่อว่า น่ามาจากการผิดปกติจากพันธุกรรม โดยน่าเกิดจากความผิดปกติของยีน (Gene) หลายๆยีน ซึ่งมีทั้งชนิดถ่ายทอดได้ และชนิดไม่ถ่ายทอด  

 

เช็ค  ...การรักษาโรคภูมิแพ้ตัวเอง 
  

 ปัจจุบันยังไม่มียา หรือวิธีการรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ แต่เป็นการรักษาให้โรคสงบเป็นพักๆ และการรักษาประคับประคองตามอาการ วิธีการรักษาต่างๆ เช่น  

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น/ปัจจัยเสี่ยงให้เกิดอาการ   
  • ให้ยากดภูมิคุ้มกันต้านทานของร่างกาย เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ หรือยาเคมีบำบัดบางชนิดที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง  
  • ให้ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่จากการติดเชื้อ  
  • ยาแก้ปวดต่างๆ เมื่อมีอาการปวด ช่น พาราเซตามอล หรือแอสไพริน   
  • การรักษาควบคุมโรคต่างๆที่เป็นผลข้างเคียง เช่น โรคไตเรื้อรัง หรือ ยาควบคุมอาการชัก  

ที่กำลังอยู่ในการศึกษา คือ การปลูกถ่ายไต และการศึกษาหาต้นเหตุของโรค โดยเฉพาะในเรื่องของพันธุกรรมต่างๆ เพื่อให้การรักษาได้ถูกต้อง และอย่างเฉพาะเจาะจง และหาทางในการป้องกันการเกิดโรค  

 

เช็ค  ...การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง 
 

1.    ผู้ป่วยจะได้รับยากดภูมิคุ้มกันและยาหลายชนิดเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องมีวินัยในการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่าง ถูกต้อง มาตรวจตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ 
2.    หลีกเลี่ยงแสงแดด ตั้งแต่ช่วง 10.00 น.-16.00 น.ถ้าจำเป็นให้กางร่ม หรือใส่หมวก สวมเสื้อแขนยาวและใช้ยาทากันแดด
3.    หลีกเลี่ยงความตึงเครียด ควรพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
4.    รับประทานอาหารที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด หวานจัด และมันจัด
5.    ป้ องกันการตั้งครรภ์ขณะโรคยังไม่สงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากกำลังได้ยากดภูมิคุ้มกันอยู่แต่ไม่ควรใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดซึ่ง มีเอสโตรเจน เพราะอาจทำให้โรคกำเริบได้และไม่ควรใช้วิธีใส่ ห่วงด้วยเพราะมีโอกาสติดเชื้อสูงกว่าคนปกติ
6.    หลีกเลี่ยงจากสถานที่แออัด มีคนหนาแน่น อากาศไม่บริสุทธิ์และไม่เข้าใกล้ผู้ที่กำลังเป็นโรคติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด
7.    ถ้ามีอาการผิดปกติที่เป็นอาการของโรคก เริบ เช่น บวม ผมร่วง ผื่น ปวดข้อ ให้รีบมาพบแพทย์
 

 

 

อ้างอิง   
1.    http://www.brkidney.org/download/SLE.pdf สถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร
2.    http://haamor.com/th
3.    http://www.thaiclinic.com/sle.html โดย  พต.นพ.ชาติวุฒิ ค้ำชู   อายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติสซึ่ม
4.    https://www.printo.it/pediatric-rheumatology/TH
 

 

Comment

you might also like